ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดของซิก้าจนถึงกาวระดับพรีเมียม เรารับประกันกระบวนการที่มีประสิทธิภาพตั้งแต่เริ่มต้น ผู้เชี่ยวชาญด้านกระจกรถยนต์ได้รับประโยชน์จากขั้นตอนการทำงานที่ยอดเยี่ยมและง่าย ด้วยผลิตภัณฑ์ที่เข้ากันอย่างเหมาะสม

40 ปีแห่งอนาคตกับกาวติดกระจกหน้ารถของซิก้า

โซลูชันตลาดหลังการขายของซิก้าได้ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลกมานานกว่า 40 ปี คลิกที่ไทม์ไลน์เพื่อดูประวัติของซิก้าในการเป็นผู้นำเทรนด์ สำหรับการใช้งานที่ปลอดภัย รวดเร็ว และง่ายยิ่งขึ้น ซึ่งรองรับเทคโนโลยีช่วยการขับขี่ อีกทั้งยังมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระดับต่ำด้วย

First decade Sika picture

1980 - 1990: ความปลอดภัย (Safety)

Decade Image

 

ในขณะที่เครื่องเล่นวิดีโอ (VCR) กำลังปฏิวัติวงการโทรทัศน์ภายในบ้าน ซิก้าก็ได้สร้างมาตรฐานใหม่ในด้านความปลอดภัย โดยทศวรรษนี้ถือเป็นยุคแห่งความปลอดภัยอย่างแท้จริง

ในความเป็นจริง มาตรฐาน FM-VSS 212 ได้ถูกร่างขึ้นโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้โดยสารเป็นหลัก ซึ่งกำหนดให้มีการใช้การติดตั้งกระจกบังลมแบบยึดติดในรถยนต์ ส่งผลให้กาวติดกระจกประเภทโพลียูรีเทน (Polyurethane) กลายเป็นมาตรฐานสากลในการผลิตรถยนต์ในเวลาต่อมา นอกจากนี้ Sikaflex® แบบไม่ใช้สีรองพื้น (Primerless) ยังได้เริ่มนำมาใช้เป็นครั้งแรกโดยผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำ ซึ่งผลิตภัณฑ์นี้ช่วยให้การเปลี่ยนกระจกรถยนต์เป็นเรื่องที่ง่ายกว่าเดิมมากเมื่อเทียบกับวิธีการแบบดั้งเดิม
เหตุการณ์สำคัญในทศวรรษนี้:

1985: ซิก้าเปิดตัวกาวติดกระจกบังลมแบบไม่ใช้สีรองพื้นตัวแรก (Sikaflex®-255)

1986: การติดตั้งกระจกแบบ Direct Glazing ครั้งแรกของซิก้า ณ โรงงานผลิตรถยนต์ชั้นนำ

 1987: การทดสอบการชน (Crash Test) ครั้งแรกของซิก้า

 

 

Second decade Sika picture

1990 - 1999: ความรวดเร็ว (Speed)

ความรวดเร็วไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่จำเป็นเมื่อเล่น Game Boy เท่านั้น แต่ยังจำเป็นสำหรับการเปลี่ยนกระจกบังลมรถยนต์ด้วย

ในยุคนี้ธุรกิจรูปแบบใหม่ได้เกิดขึ้นเมื่ออู่ซ่อมรถต้องเผชิญกับการเปลี่ยนกระจกบังลมที่ติดตั้งด้วยกาวเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่ลูกค้าก็ต้องการระยะเวลารอคอยที่สั้นลงหลังจากติดตั้งเสร็จ ซิก้าเป็นผู้บุกเบิกในการพัฒนากาวติดกระจกบังลมที่แห้งตัวเร็วและกำหนดมาตรฐานใหม่สำหรับการขับรถออกไปได้อย่างปลอดภัย (Safe Drive-Away Time) โดยทศวรรษนี้ถูกขับเคลื่อนด้วยความเร็วควบคู่ไปกับความปลอดภัยสูงสุดซิก้าและแบรนด์ Sikaflex® ยังคงเป็นผู้นำในด้านความเร็วและประสิทธิภาพ ซึ่งการเปิดตัวเทคโนโลยี SikaBooster® และระยะเวลาที่รถสามารถขับออกไปได้อย่างรวดเร็วนั้นได้ช่วยสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมนี้อย่างแท้จริง
เหตุการณ์สำคัญในทศวรรษนี้:

1991: เปิดตัวกาวแห้งเร็วแบบใช้ความร้อน (Hot-applied) ตัวแรก – SikaTack® Ultrafast

1993: พัฒนามาตรฐานระยะเวลาที่รถสามารถขับออกไปได้อย่างปลอดภัย (Sika Safe Drive-Away Time Standards) โดยอ้างอิงจากการทดสอบการชนและมาตรฐานห้องปฏิบัติการ

1997: เปิดตัวผลิตภัณฑ์ตัวแรกที่ช่วยให้รถสามารถขับออกไปได้อย่างปลอดภัยภายใน 1 ชั่วโมง – SikaTack® Plus Booster

Third decade Sika picture

2000 - 2009: ความง่าย (Simplicity)

ในขณะที่โทรศัพท์มือถือทำให้การสื่อสารกลายเป็นเรื่องง่าย ซิก้าก็ได้มุ่งมั่นที่จะพัฒนาความเรียบง่ายเช่นกัน โดยการสร้างสรรค์นวัตกรรมโซลูชั่นแบบ "ออล-อิน-วัน" (All-in-one) ที่เบ็ดเสร็จในหนึ่งเดียว

ในช่วงเวลานั้น ช่างเทคนิคกระจกรถยนต์ต้องเผชิญกับความยุ่งยากในการเลือกระหว่างกาวที่มีค่าโมดูลัส (Modulus) สูงหรือต่ำ และยังต้องกำหนดระยะเวลาที่รถจะขับออกไปได้อย่างปลอดภัยให้ถูกต้องตามสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปในขณะนั้น เพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้ ซิก้าจึงได้พัฒนากาวที่ช่วยให้มั่นใจได้ว่ารถจะสามารถขับออกไปได้ในเวลาที่คงที่ แม้ในสภาวะอุณหภูมิที่แตกต่างกันตั้งแต่ -10 °C ถึง +40 °C ยิ่งไปกว่านั้น กาวที่มีค่าโมดูลัสแบบออล-อิน-วันยังช่วยลดความผิดพลาดและสร้างความอุ่นใจในการทำงานได้มากยิ่งขึ้น
เหตุการณ์สำคัญในทศวรรษนี้:

2002: เปิดตัว SikaTack® ASAP และ SikaTack® MOVE (ระยะเวลาขับออกไปปลอดภัย 1 ชั่วโมง หรือ 1 hour SDAT) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีค่าโมดูลัสแบบออล-อิน-วันตัวแรก

2006: แนะนำผลิตภัณฑ์ All-Seasons Activator

2008: การทดสอบการชนชุดใหญ่ (Crash Test Series) เพื่อให้ได้ระยะเวลาขับออกไปที่สั้นลง

2010: เปิดตัว SikaTitan® – กาวติดกระจกแบบไม่ใช้สีรองพื้น (Primerless to glass adhesives)

Automotive Aftermarket car glass replacement application

2010 - 2019: ระบบช่วยขับขี่ (Assisted Driving)

ในขณะที่สมาร์ทโฟนได้กลายเป็นผู้ช่วยที่ขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวัน ในส่วนของรถยนต์ ระบบช่วยเหลือต่างๆ (Assistance systems) ก็ได้สร้างความท้าทายใหม่ๆ ให้กับอุตสาหกรรมเช่นกัน

ระบบช่วยขับขี่ขั้นสูง (ADAS) ช่วยพัฒนาความปลอดภัยบนท้องถนนให้ดียิ่งขึ้นและลดค่าใช้จ่ายจากความเสียหายสำหรับบริษัทประกันภัย. อย่างไรก็ตาม ระบบเหล่านี้จำเป็นต้องมีการปรับตั้งค่า (Calibration) อย่างเข้มงวดหลังจากเปลี่ยนกระจกบังลม. เนื่องจากกระจกบังลมมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อความแข็งแรงของโครงสร้างตัวถังรถยนต์ จึงจำเป็นต้องใช้กาวที่มีเทคโนโลยีขั้นสูงและสามารถแห้งตัวได้อย่างสมบูรณ์ (Full-cure adhesives). จากการพัฒนาระบบ PowerCure ซิก้าจึงสามารถนำเสนอโซลูชั่นที่ใช้งานง่ายและพร้อมสำหรับตลาดเพื่อตอบสนองความท้าทายของลูกค้าได้อีกครั้ง
เหตุการณ์สำคัญในปี 2015:

2015: เปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่แห้งตัวตามมาตรฐานโรงงาน (OE cure) ภายใน 60 นาที: SikaTack® ELITE

2015: เปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่รถสามารถขับออกไปได้อย่างปลอดภัย (Safe drive-away time) ภายใน 30 นาที: SikaTack® PRO

2015: กำหนดมาตรฐานระยะเวลาการขับรถออกไปได้อย่างปลอดภัยใหม่ โดยใช้หุ่นทดสอบการชนแบบเปอร์เซ็นไทล์ที่ 95 (95th percentile crash test dummies)

Sika purform landscape

2020 - อนาคต: ลดการสัมผัสสารเคมี (Less Exposure)

Sika Decade photo

การขับเคลื่อนแห่งอนาคตต้องเป็นไปอย่างยั่งยืน ซึ่งซิก้ากำลังเป็นผู้นำด้วยโซลูชั่นที่ปลอดภัยยิ่งขึ้นและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น

ในปัจจุบันเรากำลังเผชิญกับกระแสความนิยมในไลฟ์สไตล์ที่ดีต่อสุขภาพ โดยในภูมิภาคเอเชีย ผู้คนมีความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับสารเคมี เช่น เรื่องกลิ่น ในขณะเดียวกัน สหภาพยุโรป (EU) ได้กำหนดข้อควรระวังบางประการที่ต้องปฏิบัติตามเมื่อทำงานกับสารเคมี รวมถึงการจัดการกาวโพลียูรีเทน (PU) นวัตกรรมล่าสุดของซิก้าไม่เพียงแต่ให้ประสิทธิภาพการทำงานที่ดีขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยลดการสัมผัสสารเคมีสำหรับทั้งผู้ใช้งานและลูกค้าอีกด้วย
เหตุการณ์สำคัญ:

2022: เปิดตัวเทคโนโลยี Purform® ใหม่ พร้อมกับผลิตภัณฑ์ SikaTack® PRO Purform และ SikaTack® ELITE Purform

2022: เปิดตัว Sikaflex® SOLO ใหม่ (การติดตั้งกระจกแบบไม่ใช้สีรองพื้น โดยมีระยะเวลาที่รถสามารถขับออกไปได้อย่างปลอดภัยขั้นต่ำ หรือ MDAT เพียง 3 ชั่วโมง)

ความปลอดภัยโดยไม่มีการประนีประนอม (Safety without Compromise)

ซิก้าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการยึดติดกระจกหน้ารถ ตั้งแต่ปี 1980 ซิก้าเป็นซัพพลายเออร์และพันธมิตรด้านการผลิตให้แก่อุตสาหกรรมยานยนต์

เรามีระบบกาวแบบทาร้อน แบบทาเย็น แบบยึดติดกระจกโดยไม่ต้องใช้ไพรเมอร์ รวมถึงผลิตภัณฑ์เตรียมผิว (pre-treatments) สำหรับงานติดตั้งกระจกหน้ารถทดแทน แต่ละผลิตภัณฑ์มีเวลาขั้นต่ำที่สามารถนำรถออกไปขับได้ (MDAT) ที่แตกต่างกัน เพื่อรองรับความต้องการเฉพาะของช่างเทคนิคหน้างาน พร้อมทั้งคงไว้ซึ่งความปลอดภัยสำหรับเจ้าของรถ

ระบบกาวติดกระจกรถยนต์ของซิก้าทุกระบบผ่านการทดสอบการชน และมีประสิทธิภาพเหนือกว่ามาตรฐานความปลอดภัยที่เข้มงวดของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ (FMVSS 212)

 
Automotive Aftermarket car glass replacement application

ผลิตภัณฑ์ที่แนะนำดีที่สุดสำหรับการเปลี่ยนกระจกรถยนต์

คำถามที่พบบ่อย

ฉันควรทำอย่างไรหาก Sika® Cleaner G+P กลายเป็นน้ำแข็ง?
  • ย้ายงานติดตั้งไปยังพื้นที่ที่อุ่นกว่า
  • ทำความสะอาดกระจกในโกดังก่อนออกไปติดตั้งนอกสถานที่
  • ทำความสะอาดแนวการยึดติดแบบแห้งด้วย Sika® Cleaner PCA
Posted on: 08/05/2019
ทำไมจึงควรใช้ Sika® Cleaner G+P แทนแอลกอฮอล์หรือน้ำยาทำความสะอาดกระจกทั่วไป
  • แอลกอฮอล์อาจทำปฏิกิริยากับโพลียูรีเทนและไปยับยั้งกระบวนการทำปฏิกิริยา ที่ส่งผลต่อการแข็งตัว และการสร้างแรงยิดติด
Posted on: 08/05/2019
สามารถเจือจาง Sika® Cleaner G+P ได้หรือไม่?
  • ไม่แนะนำให้เจือจางผลิตภัณฑ์เคมี เนื่องจากจะไม่สามารถรับประกันความเข้ากันได้ และสูตรผลิตภัณฑ์ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้ได้สมรรถนะที่ดีที่สุดอยู่แล้ว
Posted on: 08/05/2019
ไพรเมอร์และแอคทิเวเตอร์จะมีอายุการใช้งานนานเท่าใดหลังเปิดใช้แล้ว?
  • Sika Activators และ Primers ทุกชนิดจะมีอายุการเก็บรักษาลดลงเมื่อเปิดใช้งาน หากจัดเก็บอย่างเหมาะสม จะยังคงใช้งานได้สูงสุด 2–4 สัปดาห์หลังเปิดใช้ (ดู PDS) หรือจนถึงวันหมดอายุ แล้วแต่ว่าอย่างใดจะถึงก่อน ควรปิดผนึกทั้งฝาซับด้านในและฝาด้านนอกให้แน่นทุกครั้งหลังใช้งาน หากผลิตภัณฑ์เริ่มข้นขึ้น ขุ่นขึ้น หรือไม่เป็นเนื้อเดียวกัน ให้ทิ้งทันทีตามข้อมูลในเอกสารข้อมูลความปลอดภัยของวัสดุ (SDS)
Posted on: 08/05/2019
สามารถใช้ Sika® Aktivator PRO ในสภาพชื้นได้หรือไม่?
  • ได้ Sika® Aktivator PRO สามารถใช้ได้ในสภาวะชื้น เช่น บนกระจกหน้ารถที่มีละอองควบแน่นเล็กน้อย (ในที่นี้ ‘damp’ หมายถึงสภาวะชื้นที่ไม่ปรากฏหยดน้ำขนาดใหญ่ให้เห็น ไม่ว่าจะเป็นการควบแน่นที่รวมตัวเป็นแอ่งหรือเป็นจุดฝน) อย่างไรก็ตาม หากทำให้ชิ้นงานแห้งก่อนจะดีกว่า
Posted on: 08/05/2019
หากพ้นเวลาเปิด (open time) ของ Sika® Aktivator PRO แล้ว สามารถทำขั้นตอนการทาแอคทิเวตซ้ำได้หรือไม่?
  • ได้ สามารถทา Sika® Aktivator PRO ซ้ำบนพื้นผิวการยึดติดได้สูงสุด 3 ครั้ง โดยต้องมั่นใจว่าพื้นผิวสะอาดและได้รับการแอคทิเวตแล้ว คุณสามารถสังเกตได้ว่าพื้นผิวถูกแอคทิเวตเมื่อมีลักษณะเป็นประกายเล็กน้อย หากไม่แน่ใจ แนะนำให้ทา Sika® Aktivator PRO ซ้ำ
Posted on: 08/05/2019
เหตุใดจึงไม่แนะนำให้ใช้การแต้มหรือป้าย Sika® Aktivator PRO บางส่วน
  • Sika® Aktivator PRO ทำหน้าที่ทั้งทำความสะอาดและแอคทิเวตพื้นผิว การแต้มหรือป้าย จะเป็นการพาสิ่งสกปรกเคลื่อนที่ไปมาในพื่นผิวนั้นเฉยๆ โดยไม่ได้ทำความสะอาดออก และมักทำให้ใช้ผลิตภัณฑ์มากเกินความจำเป็นโดยสิ้นเปลือง
  • การแต้มหรือการป้ายยังอาจสามารถทำความสกปรกและทำให้สารแอคทิเวเตอร์ปนเปื้อน หากจุ่มลงในขวดหลายครั้ง
Posted on: 08/05/2019
ทำไม Sika® Primer-207 จึงต้องเขย่าก่อนใช้?
  • การเขย่าไพรเมอร์ช่วยผสมอนุภาคแข็งที่อาจตกตะกอนอยู่ที่ก้นขวดให้กระจายตัวจนเป็นส่วนผสมเนื้อเดียวกันที่บาง สม่ำเสมอ และให้การเคลือบที่ทั่วถึง ไพรเมอร์ของผู้ผลิตทุกรายที่มีส่วนผสมของอนุภาคแข็งควรเขย่าก่อนใช้งาน
Posted on: 08/05/2019
สามารถเจือจาง Sika® Primer-207 ที่มีความหนืดสูง/เป็นเจลได้หรือไม่?
  • หากไพรเมอร์มีความหนืดสูง ห้ามใช้ทินเนอร์หรือตัวทำละลายเพื่อเจือจาง เนื่องจากความหนืดที่เพิ่มขึ้นเป็นสัญญาณของความสามารถในการทำปฏิกิริยาที่ลดลง
Posted on: 08/05/2019
จะเกิดอะไรขึ้นหากทา Sika® Primer-207 หนาเกินไป?
  • การทา Sika® Primer-207 หนาจะทำให้ต้องใช้เวลาในการพักผิวหน้าให้ระเหยนานขึ้น อย่างไรก็ตาม หากใช้เพื่อป้องกันการกัดกร่อนบนโลหะเปลือย แนะนำให้ทา Sika® Primer-207 แบบหนา 2 ชั้น เพื่อการปกป้องที่ยาวนาน
Posted on: 08/05/2019
มีผลิตภัณฑ์สำหรับทำความสะอาดและกำจัด Sika® Primer-207 ออกจากการเปื้อนชิ้นส่วนภายในห้องโดยสารหรือไม่?
  • สามารถทำความสะอาด Sika® Primer-207 ได้ด้วย Sika® Remover-208 หรือผ้าเช็ด Sika® Handwipes ตราบใดที่ผลิตภัณฑ์ยังไม่แข็งตัวสมบูรณ์เมื่อแข็งตัวสมบูรณ์แล้วจำเป็นต้องกำจัดออกด้วยวิธีเชิงกล
Posted on: 08/05/2019
Sika® Aktivator PRO หรือ Sika® Primer-207 มีส่วนประกอบที่มีฤทธิ์รุนแรงซึ่งอาจทำลายพื้นผิวหรือไม่?
  • Sika® Aktivator PRO และ Sika® Primer-207 มีส่วนประกอบที่ทำปฏิกิริยา ซึ่งสามารถทำปฏิกิริยาทางเคมีกับกระจก สี และวัสดุอื่น ๆ เมื่อแข็งตัวแล้วจะสามารถกำจัดออกได้ด้วยวิธีเชิงกลเท่านั้น และระหว่างการกำจัดอาจทำให้ชั้นบนของวัสดุพื้นผิวเสียหายได้ ดังนั้นควรทา Sika® Aktivator PRO เฉพาะบริเวณที่จำเป็นเท่านั้น หากทาผลิตภัณฑ์บนบริเวณกระจกที่โปร่งใส จะมองเห็นได้และอาจทำให้ลูกค้าร้องเรียน
Posted on: 08/05/2019
สามารถใช้ Sika® Primer-207 เพื่อเลียนแบบ ceramic frit บนกระจกโฟลตเพื่อป้องกันรังสียูวีได้หรือไม่?
  • เพื่อให้การยึดติดมีความทนทาน กระจกหน้ารถแบบโปร่งใสจำเป็นต้องได้รับการปกป้องผิวจากรังสียูวี ในกรณีที่ไม่มีการปกป้อง สามารถใช้คิ้วขอบหรือ Sika® UV Shielding Tape ตกแต่งได้ ทั้งนี้ Sika Primer (รวมถึงไพรเมอร์สำหรับกระจกส่วนใหญ่จากผู้ผลิตรายอื่น) เป็นวัสดุอินทรีย์และจะเสื่อมสภาพจากรังสียูวีในเวลาอันสั้น จึงไม่สามารถให้การปกป้องที่ทนทานได้

แนวทางที่เป็นไปได้ ได้แก่:

  • สีพิมพ์ที่เหมาะสม
  • คิ้วโลหะป้องกันหรือคิ้วพลาสติกทึบแสง
  • Sika® UV Shielding Tape
Posted on: 08/05/2019
อุณหภูมิต่ำสุดในการทำงานเปลี่ยนกระจกคือเท่าใด?
  • ผลิตภัณฑ์ของซิก้าออกแบบมาสำหรับใช้งานที่อุณหภูมิระหว่าง +5°C ถึง +35°C สำหรับสภาวะอื่น ๆ ซิก้ามีคำแนะนำเฉพาะสำหรับอากาศร้อนและอากาศหนาว แม้ว่าจะสามารถทำงานได้ที่ -10°C แต่ความคล่องแคล่วของมือในอากาศหนาวอาจไม่เพียงพอ และอาจหนาวเกินไปที่จะดำเนินงานให้ได้มาตรฐานวิชาชีพที่เหมาะสม ในกรณีดังกล่าวควรเลื่อนงานออกไป
Posted on: 08/05/2019
ต้องรอนานเท่าใดก่อนล้างรถหลังจากเปลี่ยนกระจกหน้า?
  • สบู่และสารทำความสะอาดอาจส่งผลลบต่อการแข็งตัว และกระจกแบบไร้กรอบไวต่อแรงดันน้ำและลมจากเครื่องเป่า ซึ่งอาจทำให้ผิวหน้าของยูรีเทนที่เพิ่งก่อตัวเสียหายได้ ดังนั้นควรรอ 24 ชั่วโมงก่อนล้างรถ (ไม่จำเป็นหากติดตั้งด้วยระบบ PowerCure)
Posted on: 08/05/2019
หลังตัดกระจกหน้ารถออก พบว่าเส้นกาว PUR เดิมมีฟองอากาศขนาดเล็กจำนวนมาก จะป้องกันได้อย่างไร?
  • กาว PUR จะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกระหว่างกระบวนการแข็งตัว หากเส้นแนวยิงกาวได้รับความร้อนระหว่างกระบวนการแข็งตัว ก๊าซจะถูกปล่อยเร็วขึ้นและอาจทำให้เกิดฟองอากาศเล็กๆ กระจายอยู่ในเส้นแนวกาวได้ เหตุการณ์นี้อาจเกิดขึ้นได้เมื่อจอดรถให้กระจกหน้ารถโดนแสงแดดในวันที่อากาศอุ่น การจอดรถในที่ร่มจะช่วยป้องกันปัญหานี้ได้
Posted on: 08/05/2019
วิธีการยึดกระจกหน้ารถกับโครงสร้างตัวถัง FRP
  • หาก PU เดิมยังคงอยู่ สามารถปฏิบัติตามขั้นตอนมาตรฐานได้
  • หากยึดติดกับ FRP โดยตรง ให้ใช้แผ่นขัดเพื่อทำให้พื้นผิวด้าน จากนั้นทำความสะอาดด้วย Sika® Cleaner G+P และทา Sika® Primer-207
Posted on: 08/05/2019
วิธีการยึดติดกับรถที่เพิ่งพ่นสีใหม่
  • สีใหม่ยึดติดได้ยาก เนื่องจากได้รับการพัฒนาให้มีคุณสมบัติในการทำความสะอาดตัวเอง ป้องกันการซึมและไล่น้ำ (repellent)
  • ปล่อยให้ชั้นสีแข็งตัวให้สมบูรณ์ก่อน (24 ชั่วโมง)
  • ใช้แผ่นขัดทำให้ผิวด้าน จากนั้นทำความสะอาดด้วย Sika® Cleaner G+P และทา Sika® Primer-207
Posted on: 08/05/2019
ทำไมไพรเมอร์จึงไม่แผ่เปียกบนพื้นผิวอย่างเหมาะสม?
  • หากแรงตึงผิวของวัสดุฐานไม่เพียงพอ ไพรเมอร์จะเกิดปัญหาการแผ่เปียกบนพื้นผิว ซึ่งมักพบจากการปนเปื้อนรูปแบบพิเศษ (non-traditional) บน ceramic frit
  • ให้กำจัดสิ่งสกปรกและทำความสะอาดด้วย (Sika® Cleaner PCA) หรือเลือกใช้กระจกที่เหมาะสมกับการใช้งาน
Posted on: 08/05/2019
หลังทำความสะอาดด้วย Sika® Cleaner PCA แล้วยังพบปัญหาการแผ่เปียก
  • การใช้ Sika® Cleaner PCA แบบแห้งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำความสะอาด เนื่องจากน้ำยาทำความสะอาดกระจกสามารถทำหน้าที่เป็นสารหล่อลื่นได้
Posted on: 08/05/2019
สามารถใช้ผลิตภัณฑ์ของผู้ผลิตรายอื่นร่วมกับกาวหรือผลิตภัณฑ์เตรียมผิวของซิก้า ได้หรือไม่?
  • ไม่อนุญาตให้ผสมหรือใช้ผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิตต่างรายร่วมกัน เนื่องจากไม่สามารถรับประกันความเข้ากันได้
  • ประสิทธิภาพและองค์ประกอบของผลิตภัณฑ์คู่แข่งไม่ได้อยู่ในการควบคุมของเรา และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า
Posted on: 08/05/2019
เวลาเปิดหน้างาน (open time) สูงสุดของ Sika® Primer-207 คือเท่าใด
  • เวลาเปิดหน้างานสูงสุดขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมหลายประการ
  • อุณหภูมิสูงจะทำให้เวลาสั้นลง รวมถึงสิ่งสกปรก และฝุ่นที่สามารถปนเปื้อนบนผิวหน้าจะส่งผลในทางลบ ดังนั้นสำหรับงานเปลี่ยนกระจกรถยนต์ แนะนำให้ทำความสะอาดและทำซ้ำขั้นตอนการเตรียมผิวด้วยสารเคมีหลังผ่านไป 2 ชั่วโมง
Posted on: 08/05/2019