28/08/2026
งานซ่อมแซมคอนกรีต งานป้องกันคอนกรีต

หลายคนที่ทำงานซ่อมแซมโครงสร้างคอนกรีต คงเคยเจอปัญหาซ่อมรอยแตกร้าวคอนกรีตไปแล้วแต่ไม่นานก็กลับมาแตกล่อนซ้ำที่เดิม ทำให้ต้องเสียทั้งเวลา ค่าแรง และค่าวัสดุซ้ำแล้วซ้ำเล่า ปัญหานี้ไม่ได้เกิดจากโชคร้าย แต่มีสาเหตุทางเทคนิคที่ชัดเจน และสามารถแก้ไขได้ถ้าเลือกวิธีซ่อมและวัสดุที่ถูกต้องตั้งแต่ต้น

Worker repairing cracked concrete wall outdoors

ทำไมซ่อมรอยแตกร้าวคอนกรีตแล้วถึงแตกซ้ำ

สาเหตุหลักที่คอนกรีตใหม่ไม่เกาะกับคอนกรีตเก่า

ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดของงานซ่อมรอยแตกร้าวคอนกรีตคือ ผิวคอนกรีตใหม่ที่นำมาฉาบซ่อมไม่สามารถยึดเกาะกับผิวคอนกรีตเก่าได้อย่างสมบูรณ์ เพราะคอนกรีตเก่ามีความหนาแน่นและค่าการดูดซึมน้ำต่างจากคอนกรีตหรือปูนฉาบใหม่ เมื่อไม่มีตัวประสานที่เหมาะสมมาเชื่อมรอยต่อทั้งสองส่วน แรงยึดเกาะจึงต่ำ และเมื่อรับแรงสั่นสะเทือนหรือการขยายตัว-หดตัวจากอุณหภูมิ รอยต่อเดิมก็จะแยกออกจากกันอีกครั้ง

ปูนฉาบทั่วไปหดตัวเมื่อแห้ง ทำให้แผลเดิมกะเทาะซ้ำ

อีกสาเหตุสำคัญคือการเลือกใช้ปูนฉาบทั่วไปที่ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับงานซ่อมแซมโดยเฉพาะ ปูนฉาบทั่วไปเมื่อแห้งตัวจะเกิดการหดตัว (Shrinkage) ซึ่งสร้างแรงดึงภายในเนื้อปูน ส่งผลให้ผิวซ่อมเกิดรอยแตกลายงาใหม่ หรือกะเทาะหลุดล่อนออกจากผิวเดิมซ้ำอีกครั้ง โดยเฉพาะในงานซ่อมที่ต้องฉาบลึกหรือฉาบหนา ยิ่งมีโอกาสหดตัวและแตกร้าวสูงขึ้นตามไปด้วยหากไม่ตัดวงจรปัญหานี้ตั้งแต่ต้น ต่อให้ซ่อมกี่ครั้งก็จะวนกลับมาที่จุดเดิม ทำให้ทั้งช่างและเจ้าของงานเสียเวลาโดยไม่จำเป็น

วิธีซ่อมรอยแตกร้าวคอนกรีตให้จบในครั้งเดียว

หัวใจของการซ่อมรอยแตกร้าวคอนกรีตให้ได้ผลถาวรคือ ต้องแก้ปัญหาให้ครบทั้ง 2 จุด คือ การยึดเกาะระหว่างคอนกรีตเก่ากับใหม่ และ การป้องกันการหดตัวของวัสดุซ่อม ซึ่งซิก้าได้พัฒนาคู่หูงานซ่อมคอนกรีตที่ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหานี้โดยเฉพาะ

Step 1: ทา Sikadur®-32 TH กาวอีพ็อกซี่ประสานคอนกรีตเก่า-ใหม่

ขั้นตอนแรกของการซ่อมรอยแตกร้าวคอนกรีตที่ถูกต้อง คือการทาน้ำยาประสานคอนกรีตให้ทั่วบริเวณที่จะฉาบซ่อม โดยแนะนำให้ใช้ Sikadur®-32 TH ซึ่งเป็นกาวอีพ็อกซี่ประสานคอนกรีตชนิด 2 ส่วนผสม ไม่มีตัวทำละลาย มีคุณสมบัติเด่นคือ

  • ให้แรงยึดเกาะระหว่างคอนกรีตเก่ากับคอนกรีตใหม่สูงกว่าค่าแรงดึงของเนื้อคอนกรีตเอง
  • ใช้งานได้ทั้งพื้นผิวแห้งและพื้นผิวชื้น ไม่ได้รับผลกระทบจากความชื้นตกค้าง
  • ใช้งานได้แม้ในสภาวะอุณหภูมิต่ำ
  • ทาง่าย ไม่ยุ่งยาก เหมาะกับหน้างานจริง

การทา Sikadur®-32 TH ก่อนฉาบซ่อมทุกครั้ง ช่วยตัดปัญหาการยึดเกาะที่เป็นต้นเหตุหลักของการซ่อมซ้ำได้อย่างตรงจุด

Sika R32 TH concrete repair application closeup

Step 2: ฉาบซ่อมด้วย LANKO® 732 Facade Repair หรือ Sika MonoTop®-412 TH

หลังจากทาน้ำยาประสานแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการฉาบซ่อมผิวคอนกรีตด้วยวัสดุที่ออกแบบมาสำหรับงานซ่อมโดยเฉพาะ โดยเลือกใช้ให้เหมาะกับลักษณะงาน ดังนี้

  • LANKO® 732 Facade Repair ปูนซ่อมผสมไฟเบอร์ เหมาะสำหรับงานฉาบซ่อมแซมทั่วไป
  •  Sika MonoTop®-412 TH ซีเมนต์มอร์ตาร์ เหมาะสำหรับงานซ่อมแซมโครงสร้างคอนกรีตโดยเฉพาะ 

LANKO® 732 Facade Repair มีจุดเด่นคือ

  • ฉาบซ่อมได้ตั้งแต่ความหนา 1-25 มิลลิเมตรในชั้นเดียว
  • คุณสมบัติทิกโซทรอปิก (Thixotropic) ดี คือเนื้อปูนจะนิ่มลงชั่วคราวตอนป้ายด้วยเกรียง ทำให้ฉาบง่าย แต่พอหยุดแรงจะข้นตัวกลับทันที จึงไม่ไหลย้อยแม้ฉาบในแนวตั้ง
  • ให้ผิวเรียบเนียน พร้อมทาสีทับได้หลังฉาบเสร็จเพียง 24 ชั่วโมง
  • ผสมไฟเบอร์ ช่วยลดการหดตัวเมื่อแห้งตัว ลดโอกาสแตกลายงาซ้ำ
Sika Lanko concrete crack repair products

Tip & Trick หน้างาน: ขั้นตอนที่มักถูกมองข้ามคือ "จังหวะ" การฉาบทับ Sikadur®-32 TH ต้องฉาบซ่อมด้วย LANKO® 732 Facade Repair หรือ Sika MonoTop®-412 TH ในขณะที่น้ำยาประสานยังคง "หนืด" อยู่ (ยังไม่แห้งสนิทหรือแข็งตัว) ห้ามปล่อยให้แห้งเป็นฟิล์มแข็งก่อนแล้วค่อยฉาบทับ เพราะจะทำให้แรงยึดเกาะระหว่างชั้นลดลง และเสี่ยงกลับไปเกิดปัญหาคอนกรีตใหม่ไม่เกาะคอนกรีตเก่าซ้ำอีกครั้ง โดยทั่วไปควรฉาบทับภายในเวลาที่ผู้ผลิตกำหนด (มักอยู่ในช่วงเปิดหน้างานได้ประมาณ 30 นาที ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิหน้างาน) จึงควรเตรียมปูนซ่อมให้พร้อมก่อนเริ่มทาน้ำยาประสาน เพื่อฉาบทับได้ทันจังหวะ

Thai construction tip and trick infographic guide

เลือกวิธีซ่อมให้เหมาะกับลักษณะความเสียหาย

รอยแตกร้าวขนาดเล็กถึงปานกลางบนผิวคอนกรีต

สำหรับรอยแตกร้าว รอยหลุดล่อน หรือรูพรุนขนาดเล็กที่ผิวคอนกรีต ความลึกไม่เกิน 25 มิลลิเมตร การใช้ Sikadur®-32 TH ร่วมกับ LANKO® 732 Facade Repair ตามขั้นตอนข้างต้นถือเป็นวิธีที่เหมาะสมและคุ้มค่าที่สุด เพราะให้ผิวเรียบเนียนพร้อมทาสีทับได้อย่างรวดเร็ว หากต้องการดูแนวทางแก้ปัญหาแบบครบวงจรทั้งรอยร้าว รอยรั่ว และสนิมเหล็กเสริมในจุดอื่น ๆ ของอาคาร สามารถดูภาพรวมได้ที่แคมเปญ ซิก้าครบ จบชัวร์! ร้าว รั่ว สนิม

Concrete surface cracks and small hole damage

กรณีเสาหรือโครงสร้างที่เห็นเหล็กเสริมชัดเจน

หากรอยแตกร้าวลึกจนเห็นเหล็กเสริมโครงสร้าง หรือเกิดจากสนิมเหล็กที่ขยายตัวดันผิวคอนกรีตแตก ควรพิจารณาซ่อมด้วยระบบที่ลึกขึ้น เช่น ใช้ Sikadur®-32 TH ประสานร่วมกับปูนซ่อมโครงสร้างที่รับกำลังอัดสูงกว่า เพื่อความแข็งแรงระยะยาวของโครงสร้าง โดยเฉพาะกรณีที่ความเสียหายมาจากแรงสั่นสะเทือนรุนแรงอย่างแผ่นดินไหว ควรประเมินระดับความเสียหายให้ถูกต้องก่อนเลือกวิธีซ่อม ศึกษาแนวทางแบ่งตามระดับความเสียหายโดยละเอียดได้ที่ แนวทางการซ่อมแซมโครงสร้างคอนกรีตที่เสียหายหรือแตกร้าว

Concrete column damage exposing steel reinforcement

สรุป: ตัดวงจรซ่อมงานซ้ำด้วยระบบซ่อมคอนกรีตที่ถูกต้อง

การซ่อมรอยแตกร้าวคอนกรีตให้จบในครั้งเดียว ไม่ใช่เรื่องของดวงหรือฝีมือช่างเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการเลือกระบบวัสดุที่ถูกต้องตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมผิวไปจนถึงการฉาบปิดผิว การใช้ Sikadur®-32 TH ทาประสานคอนกรีตเก่า-ใหม่ ร่วมกับ LANKO® 732 Facade Repair ฉาบปิดผิว คือระบบที่ช่วยแก้ปัญหาการยึดเกาะและการหดตัวของวัสดุซ่อมได้ครบวงจร ทำให้งานซ่อมจบเนี๊ยบ ได้ใจลูกค้า ไม่ต้องกลับมาแก้งานซ้ำอีก

หากต้องการข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมหรือแนวทางการซ่อมแซมโครงสร้างคอนกรีตในกรณีอื่น ๆ สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่หน้า ผลิตภัณฑ์สำหรับงานซ่อมคอนกรีต ของซิก้า ประเทศไทย